Ticker

6/recent/ticker-posts

“ทราย สก๊อต” เปิดหมดเปลือก แตกหักตระกูล

“ทราย สก๊อต” เปิดหมดเปลือก

แตกหักตระกูลภิรมย์ภักดี • ขอเดินออกจากครอบครัว • เปิดใจถึง “มายด์” และกระแสดารากดไลก์

รายการ โหนกระแส วันที่ 18 พฤษภาคม ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เปิดพื้นที่ให้ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” ออกมาเปิดใจครั้งใหญ่ ถึงประเด็นความรุนแรงในครอบครัว การถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก รวมถึงคดีฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินจากคุณแม่ โดยมี ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ร่วมให้ข้อมูลด้านกฎหมาย

“วันนี้เราจะทำรายการภายใต้กรอบกฎหมาย และไม่ลงลึกจนเป็นการข่มขืนใจซ้ำ”

หนุ่ม กรรชัย กล่าวเปิดรายการ พร้อมอธิบายถึงข้อจำกัดของการนำเสนอประเด็นความรุนแรงในครอบครัว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550

จากเด็กที่เจ็บปวด…สู่ “นักอนุรักษ์ทะเล”

ทรายเล่าว่า หลังเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกานาน 6 ปี เขาใช้เวลารักษาสภาพจิตใจกับจิตแพทย์ และพยายาม “ปลดล็อก” บาดแผลในวัยเด็ก ก่อนตัดสินใจกลับไทยในช่วงโควิด และเริ่มต้นชีวิตใหม่กับธรรมชาติทางภาคใต้

“วันที่ทรายไม่มีครอบครัว ทรายมีแต่ทะเล”

“เขาเหมือนพ่อที่เราไม่เคยมี เป็นแม่ที่เราไม่เคยมี เขาไม่เคยทำร้ายเรา”

ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตกับทะเล เก็บขยะ ทำงานอนุรักษ์ ว่ายน้ำ และช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม เพราะรู้สึกว่านั่นคือพื้นที่เดียวที่เยียวยาจิตใจได้

“ผมเป็นมากกว่าผู้ชายที่โดนข่มขืน”

หนึ่งในช่วงที่สะเทือนใจที่สุดของรายการ คือช่วงที่ทรายพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง และเหตุผลที่ตัดสินใจออกมาพูด หลังเก็บเงียบมานานหลายปี

“ผมเป็นมากกว่าผู้ชายที่โดนข่มขืน มากกว่าผู้ชายที่โดนครอบครัวทิ้ง”

“ตอนเด็ก ผมหวังว่าจะมีใครสักคนช่วยเรา แต่พอโตขึ้น ผมรู้ว่ามันไม่มีจริง ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเป็นสิ่งนั้นเอง”

ทรายยอมรับว่า เขาเก็บเรื่องทั้งหมดไว้ เพราะคำสอนของคุณตาที่ให้ “รักและปกป้องครอบครัว” แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขารู้สึกว่าครอบครัวไม่ได้รักษาจิตวิญญาณนั้นไว้อีกแล้ว

จุดแตกหัก : คดีฟ้องร้องจากแม่

ทรายเปิดเผยว่า จุดที่ทำให้เขารู้สึกหมดหวังคือ การถูกคุณแม่ฟ้องร้องขอเพิกถอนที่ดิน ในฐานะ “ลูกเนรคุณ” หลังจากเขาออกมาพูดเรื่องอดีตผ่านรายการโทรทัศน์

ที่ดินดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่คุณตามอบให้ตั้งแต่เด็ก โดยมีชื่อของทรายและญาติคนอื่นอยู่ร่วมกัน

ทนายสายหยุด อธิบายว่า

ตามกฎหมาย หากผู้ให้ทรัพย์สินเห็นว่าผู้รับ “ประพฤติเนรคุณ” สามารถฟ้องเพิกถอนการให้ได้ แต่กรณีนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องตีความ เพราะไม่เคยมีลักษณะเดียวกันมาก่อน

ทรายยืนยันว่า สิ่งที่พูดทั้งหมดมีหลักฐานรองรับ และมองว่าการฟ้องร้องดังกล่าว เป็นความพยายามกดดันให้เขาเงียบ

พูดถึง “มายด์” และดราม่าดารากดไลก์

หลังมีประเด็นคนบันเทิงบางส่วนเข้าไปกดไลก์โพสต์อีกฝั่ง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทรายเผยว่าเขาไม่ได้โฟกัสตรงนั้นมากนัก

“เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องทรัพย์สิน”

“การเอาเรื่องการทำร้ายเด็กในครอบครัว ไปโยงให้กลายเป็นเรื่องที่ดิน มันสกปรกมาก”

ส่วนกรณีที่ “มายด์” ออกมาโพสต์ขอโทษและขอถอยห่างเพื่อทบทวนตัวเอง ทรายตอบตรงๆ ว่า เขาอยาก “ดูจากการกระทำมากกว่าคำพูด”

พร้อมย้ำว่า มายด์อาจไม่ได้รู้เรื่องทั้งหมดจริงๆ และคนที่ควรออกมารับผิดชอบ คือผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด

“ผมขอเดินออกจากตระกูล”

อีกหนึ่งประโยคที่กลายเป็นไวรัล คือช่วงที่ทรายประกาศชัดว่า เขาไม่ต้องการอยู่ภายใต้นามสกุลเดิมอีกต่อไป

“ต่อจากนี้ ผมขอเดินออกแล้วครับ”

“ผมอยากเปลี่ยนนามสกุลเป็น ‘สมุทร’ เพราะทะเลคือสิ่งที่ดูแลผมมาตลอด”

เขายอมรับว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตเหมือน “คนธรรมดา” หาเงินเอง ทำงานเอง และอยากมีชีวิตที่เป็นอิสระจากอดีตทั้งหมด

“เด็กคนนั้นกลับมาแล้ว”

ช่วงท้ายรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ลุกขึ้นไปกอดทราย พร้อมบอกว่าเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศที่อยากส่งกำลังใจให้

“ตั้งแต่ผมพูดเรื่องนี้ออกมา เด็กคนนึงที่หายไปจากชีวิตผม…เขากลับมาแล้ว”

“นั่นคือความเป็นเด็กของผม ที่เคยหายไปกับสิ่งที่โดนกระทำ”

ก่อนปิดท้ายด้วยคำขอบคุณถึงทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา พร้อมยืนยันว่า เขายังอยากเดินหน้าทำงานอนุรักษ์ต่อไป และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือกด้วยหัวใจที่เป็นอิสระ


เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “โหนกระแส” วันที่ 18 พฤษภาคม 2569