Ticker

6/recent/ticker-posts

“อิงฟ้า-ชาล็อต” เปิดความลับ “คืนหนึ่ง” เผยจุดหวั่นไหว ถลำลองคบ? ชาล็อตเคลียร์คืนสังเวียนชิงมงฯ มิสแกรนด์ฯ อีกครั้ง

นายแม่กุหลาบ แห่งหอบุปผชาติ “อิงฟ้า วราหะ” วันนี้ควงคู่จิ้น“ชาล็อต ออสติน” เผยโมเมนต์น่ารักจากคู่แข่งสู่คู่จิ้นสุดปังแห่งปี พร้อมเล่าเหตุการณ์ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันจนถึงขั้นไม่มองหน้ากันมาแล้ว และวีรกรรมสุดแสบ เคลียร์ชัดๆ ชาล็อตจะหวนคืนสังเวียนนางงามจริงหรือไม่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี บูม สุภาพร และ ชมพู่ ธัณย์สิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

กระแสละครเป็นอย่างไรบ้าง?

อิงฟ้า :   โอ้โห ดีเกินคาดค่ะ และคุ้มกับสิ่งที่เราทำไป บางกอกคณิกาเป็นกองที่เราค่อนข้างเหนื่อย ในการเผื่อเวลา หน้าผม โปรดักชั่นต่างๆ สิ่งที่ได้รับกลับมามันหายเหนื่อยเป็นอย่างนี้นี่เอง 

 ฉากเลิฟซีนกับพี่นก ฉัตรชัย?

อิงฟ้า : เกร็งสุดๆ ค่ะ แต่ด้วยความที่พี่นกเวลาแสดงเขาเป็นระดับปรมาจารย์ ก็ทำให้ทุกอย่างมันโฟลด์ จริงๆ จะมีการเซฟกันอยู่แล้วในบางฉากที่เราเล่นกัน แต่เห็นแบบนี้ แค่เทคสองเทคก็ผ่านแล้ว มันไปด้วยกันเร็วมาก 

 ลึกๆ เขินก่อนเข้าฉาก?

อิงฟ้า : เขินค่ะ (หัวเราะ) หนูไม่ได้คุยกับเขาเลย ไม่ใช่แค่หนู แต่น้องๆ ทุกๆ คนในกอง พี่นกมาเขาจะมีมุมของเขา ฟังเพลง อ่านหนังสือ เราอยากคุยนะ แต่เราเกรงใจเขา กลัวกวนเวลา แต่เวลาเข้าฉาก พี่นกก็น่ารักมาก บอกว่าเก่งนี่ เล่นได้นะ เขาจะมีให้กำลังใจเรา ชื่นชม ก็ทำให้บรรยากาศน่ารัก มีมุมน่ารักของพี่นกเยอะมาก ขอทำมินิฮาร์ตหน่อย พี่นกเขาก็ทำอีกแบบ (หัวเราะ) 

 ปะทะคารมกับพี่อ้อม?

อิงฟ้า : หนูว่ามีเคมีบางอย่าง ที่ไม่น่าเป็นความบังเอิญที่ได้เล่นด้วยกัน ไม่ใช่พี่อ้อมคนเดียว เพราะเวลารับส่งกันทั้งเรื่อง ทั้งพี่ก้อย น้องชาเล็ท มันเป็นแม่เป็นพี่เราจริงๆ เวลาเล่น 5 4 3 2 เข้าฉากปุ๊บก็ไปพร้อมกันเลย รับส่งกันได้ดีมากๆ พี่อ้อมอยู่ในกองจะเป็นพี่ใหญ่คอยดูแลน้องๆ ฉากนี้สโมคเยอะเกินไปแล้วนะ ไม่มีใครกล้าพูดก็จะบอกว่าพี่อ้อมๆ สโมคเยอะเกินไป เขาก็จะตะโกนบอกว่าเฮ้ย เบาสโมคกันหน่อยนะเว้ย (หัวเราะ) 

ไม่กล้าพูดเอง แผนดี?

อิงฟ้า : เขาน่ารัก บรรยากาศในการถ่ายทำเหมือนดูซีเรียส แต่เวลาพักทุกคนพักกันจริงๆ เฮฮา สนุกสนาน เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ

มีคนทักมั้ยว่าบางมุมหน้าคล้ายพี่อ้อม?

อิงฟ้า : มีค่ะ หนูก็มาดู มีอันนึงที่คล้ายมาก ช่วงที่เราใส่แฮร์พีชสั้น แล้วคนเอามาเทียบกับพี่อ้อมตอนผมสั้น มีบางมุมที่คล้าย มุมร้องไห้จะคล้ายๆ ก็มี 

ชาล็อตเห็นแล้วเป็นยังไง?

ชาล็อต : จริงๆ ทึ่งกับการแสดงของพี่ฟ้า ไม่เคยเห็นบทที่แรงขนาดนี้มาก่อน เราเคยร่วมงานกันตอนที่ถ่ายแรกๆ จะเป็นความรักใสๆ แต่นี่ถ้าไม่รู้เหมือนคนทำงานในวงการมานานแล้ว อินเนอร์ด้วย ท่าทาง วิธีการแสดง คำพูด น้ำเสียง ดูเป็นมืออาชีพมากๆ 

 ชอบฉากไหน?

ชาล็อต :   หนูชอบตอนที่ไปช่วยเทียนหยด ตอนเทียนหยดจะเสียพรหมจรรย์ เป็นอะไรที่จึกในใจ มันเจ็บจริงๆ นะ จากที่ดูๆ มา อินเนอร์ถึงอารมณ์

อยากชมอะไรพี่ฟ้า?

ชาล็อต : เก่งมากๆ อยากให้มีการแสดงในวงการอีกเยอะๆ เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะสามารถดึงตัวละครออกมาได้ รอดูผลงาน จะมีอีกเรื่องด้วย และมีอีกหลายๆ เรื่องด้วย 

สปอยอีก 2 อีพี?

อิงฟ้า : ทุกวันนี้เวลาคนเจอหนู ปกติจะถามเรื่องงาน ทุกวันนี้ถามว่าสรุปใครคือลูกแม่ราตรี แม้แต่ตอนไปอเมริกา ซึ่งคนไทยที่โน่นก็ดู บอกได้เลยว่าอีก 2 อีพีสุดท้ายวันพรุ่งนี้ ก็จะคลี่คลายปมทุกอย่างที่ทุกคนสงสัยกันมานานว่าใครเป็นลูกใคร ปมเกิดจากอะไรบ้าง อย่างที่บอก 8 อีพีแทบไม่มีน้ำ เนื้อล้วนๆ แน่นๆ อีพี 7 8 ก็ฝากด้วยจุดจบหอบุปผชาติและบางกอกคณิกาจะเป็นยังไง ก็ฝากด้วยแล้วกันค่ะ 

ชาล็อต : สรุปได้เที่ยวรอบโลกมั้ย

อิงฟ้า : ไม่บอก ให้รอลุ้น 

ได้เล่นละครด้วยกันเรื่องอะไร?

อิงฟ้า :  LoveBully รักให้ร้ายค่ะ 

เป็นแนวไหน?

อิงฟ้า : ตามชื่อเลยค่ะ จะมีดราม่าอีกหนึ่งก้าวการแสดงของพวกเรา เป็นวัยที่โตขึ้น การเล่าเรื่องเข้มข้น แม้จะมีแค่ 4 ตอน แต่ละอีพีอัดแน่น น่าจะถูกใจแฟนคลับพอสมควรสำหรับรักให้ร้าย ที่จะได้ดูกันในวันที่ 7 มิ.ย. 

 มีแค่ 4 อีพี แต่เข้มข้นมากๆ?

อิงฟ้า : น่าจะเป็น 4 อีพีที่ถูกใจแฟนคลับอิงล็อตแหละ เพราะแฟนคลับก็รอผลงานคู่ อยากเห็นพัฒนาด้านการแสดงละครต่างๆ อันนี้ก็น่าจะตอบโจทย์

ชาล็อตลงทุนไปเรียนการแสดง เรียนเอง ออกค่าใช้จ่ายเอง?

ชาล็อต : ใช่ พออยู่จุดนี้ก็อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ อยากแสดงให้คนชมเรา ตอนแรกคิดว่าการแสดงมันง่าย แต่จริงๆ มันไม่ง่ายเลย พอได้เริ่มเล่นปุ๊บดูตัวเองแล้วไม่ถูกใจ อยากมีอินเนอร์อย่างนี้แหละถูกแล้ว ก็เลยไปเรียนการแสดงดีกว่า เพื่อจะได้มีทักษะและสกิลในเรื่องต่อๆ ไปที่กำลังจะเข้ามาค่ะ 

การพัฒนาการของชาล็อตเป็นยังไง?

อิงฟ้า : ถ้าเทียบกับเรื่องแรกที่เราเล่นด้วยกัน ก็พัฒนาไปเยอะเลย อาจด้วยเรื่องนี้ความโชคดีของเราได้ผู้กำกับพี่กอล์ฟ ที่เขารายละเอียดดีเทลมากๆ ไม่ปล่อยผ่านซีนไหนที่รู้สึกว่ามันยังไม่ถึง อย่างของน้องที่ทีเซอร์ออกมา ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ คิดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจทำให้เขาพัฒนาต่อไป เรื่องนี้เรายังถ่ายไม่เสร็จ ก็ต้องกลับไปถ่ายต่อ คิดว่าน่าจะได้กำลังใจก้อนใหญ่ๆ กันต่อ 

 จากคู่แข่งเป็นคู่จิ้น อะไรทำให้กลายมาเป็นคนสนิทกัน?

อิงฟ้า : มันเริ่มจากการที่เราประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ในปี 2022 หนูเป็นตัวแทนมิสแกรนด์กรุงเทพฯ น้องก็มิสแกรนด์ชุมพร ก็มีการได้เป็นรูมเมทกันต่างๆ มีโมเมนต์น่ารักๆ ออกมา ก็ทำให้มีอิงล็อตเกิดขึ้น หลังจากจบการประกวดไปก็มีงานเข้ามา พอมีพรีเซ็นเตอร์ตัวแรก ภาพที่เราออกอีเวนต์ด้วยกันที่เซ็นทรัลเวิลด์ คนเยอะมาก จนเราตกใจ ตอนแรกเราอยู่ในกองเราไม่รู้ว่าแฟนคลับเรามากน้อยแค่ไหน แต่พอออกอีเวนต์ครั้งแรกคนเยอะมาก ก็คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับวงการนางงาม 

 เธอเป็นสายเต๊าะเขา เคยคิดจริงบ้างมั้ย?

อิงฟ้า : มีช่วงโมเมนต์ที่มีความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา แต่ว่าด้วยความที่พออยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันบ่อยมากๆ เวลาทำงานนอกสถานที่ก็จะมีเวลาได้นอนด้วยกัน เป็นรูมเมทในกองจนถึง ณ ปัจจุบัน ก็มีบ้างที่รู้สึกหวั่นไหวนิดนึง แต่ ณ ปัจจุบันรู้สึกว่า (หัวเราะ) 

 หวั่นไหวกับชาล็อตยังไง?

อิงฟ้า : หนูว่าด้วยความที่เราอยู่ใน LGBTQ ที่เราคบได้ทุกเพศ เวลานั้นจะคบใครก็ไม่ได้ดูเรื่องของเพศแล้ว ดูที่ความสบายใจ ความแฮปปี้ของเรา มีช่วงนึงเราอยู่ด้วยกันบ่อยๆ จะมีหวั่นไหวนิดนึง ด้วยความน่ารักหรืออะไรก็ตาม มีช่วงนึงที่เกิดขึ้น 

น้องเป็นสายอ้อน แกล้งพี่ เราหวั่นไหวยังไง?

ชาล็อต : ตอนทำงานเขาจะเป็นฝ่ายดูแลเราซะมากกว่า จะมีขนม มีการให้เราระวังโน่นนี่นั่น กระโปรงกันโป๊ต่างๆ ซึ่งได้รับการดูแลที่รู้สึกว่าไม่รู้พิเศษกว่าคนอื่นมั้ย แต่เราก็คิดไปในทางนั้น เราคิดว่าคงไม่ได้ชอบเขาหรอก เพราะพูดตรงๆ เมื่อก่อนหนูไม่ได้ชอบผู้หญิง ไม่ได้มองผู้หญิง แต่พอได้ทำงานไปเรื่อยๆ เริ่มลึกไปเรื่อยๆ เริ่มมีการสกินชิพมากขึ้น โดนตัว กอด หอมแก้มมากขึ้น ก็รู้สึกว่าเริ่มแปลกๆ เนอะ อารมณ์เหมือนเราชอบใครสักคนนึงเลย ก็คงชอบจริงๆ นั่นแหละ แต่คงไม่ได้ไปถึงจุดนั้น คิดว่าอยู่อย่างนี้ดีแล้ว ถ้าเป็นแฟนกัน คงตีกันตาย (หัวเราะ)

 ถ้าไปถึงจุดนั้นคิดว่ารอดมั้ย?

อิงฟ้า : จริงๆ เคยลองแล้ว อาจไม่ได้ออกมาพูดเป็นทางการ มาบอกทุกคนว่าเราเคยเหมือนถลำไปถึงตรงนั้นนะ ไม่รู้ต้องใช้คำไหน (หัวเราะ) เราเคยบอกแฟนคลับนะ

ชาล็อต : มีจังหวัดนึงที่หนูไม่เคยได้คำตอบจากเขาเลย ว่าหนูทำอะไร เขาก็ไม่บอกด้วย ก็โอเค แต่ยังค้างคาใจจนถึงทุกวันนี้ ต่อให้เป็นสิบปีหนูก็ค้างคาใจว่าเรื่องอะไร

 อิงฟ้า : ไม่อยากบอก เก็บไว้คนเดียวดีกว่า 

มันคืออะไร ความลับของคุณ?

อิงฟ้า : จริงๆ ไม่มีอะไร แค่เหมือนเขาดื่ม แล้วเขาจำไม่ได้ว่าคืนนั้นเขาทำอะไรเราหรือเปล่า (หัวเราะ) 

ทำมั้ย?

ชาล็อต : หนูไม่รู้จริงๆ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเนอะ

 

อิงฟ้า : ไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ (หัวเราะ) 

 

หรือเอาแอบเผยความในใจ?

ชาล็อต : หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ)  

 

คนเดียวที่รู้คืออิงฟ้า?

อิงฟ้า : ใช่ 

 

เคยลองอยู่จุดนั้น ณ โมเมนต์นั้นเป็นไงบ้าง?

อิงฟ้า : หนูว่าพอความเป็นพี่น้องกัน มันจะมีบางอย่างที่เรามีสเปซให้กัน แต่พอมุมมองความรักที่จะเป็นแฟนจริงๆ เขาจะรู้ว่าไทป์เขาประมาณนี้ ไทป์เราชอบคนประมาณนี้ มีหลายช่วงที่จะลองเปิดใจให้กันและกัน แต่มันก็อยู่ถึงจุดที่คิดว่าไม่ดีกว่า ไม่ได้มีใครผิดใครถูกนะ เป็นเรื่องความรู้สึกที่เรารู้สึกว่าถ้าเกิดปัญหานี้ปุ๊บมันจะทำงานกันลำบาก เราต้องทำงานด้วยกันอีกยาว ด้ายอายุสัญญาที่เราอยู่ด้วยกัน พอเป็นมุมความรู้สึกที่เป็นอิงล็อตมันก็คือดีแล้ว แฟนคลับก็น่าจะรู้ได้ถึงความธรรมชาติ เวลาเราทะเลาะกันคนก็น่าจะดูออกว่าเราไม่คุยกัน มันเฟกใส่กันยากมาก เราก็เก็บอาการไม่เก่ง เขาก็เก็บอาการไม่เก่งเช่นเดียวกัน 

เราคุยกันเหรอว่าสถานะเป็นอย่างนี้?

ชาล็อต :   ถ้าจุดเปลี่ยนก็คุยกันตรงๆ 

ตอนนี้เป็นพี่น้องที่เอาใจใส่กันเหมือนเดิม คบกันไม่น่ารอด ทะเลาะกันเรื่องความสวย?

อิงฟ้า : ก็มีบ้าง

ชาล็อต :   อย่างตอนนี้ก็พยายามเบี่ยงฝั่งเดียวกันอยู่ ไม่ได้โกรธกันนะ แต่เราสวยมุมเดียวกัน มันเป็นเรื่องหยุมหยิม 

อิงฟ้า : บางทีเราจะมั่นใจมุมเดียวกัน เวลาถ่ายรูปก็จะเป็นแบบสวยซ้าย ฟีลนั้น 

ยอมกันมั้ย?

อิงฟ้า : สลับบ้าง 

ชาล็อต : แต่พอนานๆ ก็ปล่อย 

 อิงฟ้า : ไม่ได้ร้ายแรง 

เคยไม่ยอมกันถึงขั้นไม่มองหน้า?

อิงฟ้า :   ช่วงนี้ด้วยก็ได้นะ (หัวเราะ) มันมีสองอย่าง บางเรื่องที่เราไม่มองหน้าไม่คุยกัน เราทั้งคู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร บางทีมาเจอกัน ด้วยทั้งคู่ไม่พร้อมจะคุยกันเองมากกว่า ก็เหมือนไม่มีใครเข้ามาคุย ก็บอกไม่ถูก กับอีกเรื่อง เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถพูดได้ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้บอกแฟนคลับว่าเราสองคนมีเรื่องอะไรในใจกัน มันก็พูดไม่ได้ มีสองแบบ 

เวลามีปัญหา ใครง้อใครก่อน?

อิงฟ้า : ไม่เชิงง้อ มองหน้ากันแล้วก็พูดกัน 

มีนิดๆ ในใจ?

อิงฟ้า : พร้อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นกับเขาคนเดียวด้วยนะ กับคนอื่นไม่เป็น เขาก็ไม่เป็นกับใคร เป็นกับหนูนี่แหละ

 

ชาล็อต : วันนี้เกือบใส่ชุดเหมือนกันนะ เราชอบมีความแต่งตัวคล้ายๆ กัน หรือเหมือนกัน โดยไม่ได้นัดกัน

อิงฟ้า : หนูก็เกือบใส่ชุดนี้มา ซึ่งไม่ได้นัดกัน เหมือนตอนไปมีตติ้งที่อเมริกา เป็นทรงเดียวกัน ลงมารองเท้าเหมือนกัน รองเท้าคล้ายกัน 

 ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่อเมริกาเมื่อวานซืน แฟนมีตที่อเมริกา แฟนคลับให้การตอบรับดีมาก?

อิงฟ้า : ดีเลยค่ะ มีอีกหลายโมเมนต์ หนูว่าแฟนคลับที่โน่นเขาจะเป็นฟีลฉันชอบคุณจริงๆ นะ อยากให้คุณมีความสุข อย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเขารู้ว่าเราเซนซิทีฟเรื่องครอบครัว ของขวัญต่างๆ ที่เขาให้เรา ก็จะเป็นของทำมือที่เขาตั้งใจทำ มีหมาเรา มีพ่อเราใส่เข้าไป ก็เป็นอะไรที่น่ารัก

แฟนคลับสักอะไร?

อิงฟ้า : สักเป็นหน้าเราใส่มงกุฎลงไป หน้าหนูจะหลอกหลอนเขาไปตลอดถ้าเขาไม่แก้ (หัวเราะ)

ตอนเราเห็น เรารู้สึกยังไง?

อิงฟ้า : หนูช็อกเลยค่ะ ก็ตกใจว่าเฮ้ย ปกติมีอยู่แล้วคนสักรูปเราหน้าเรา แต่ไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ แต่อันนี้ใหญ่จริง ก็ตกใจ 

 ไปหลายวัน มีคนงอแง?

อิงฟ้า : น่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่นิดนึง ด้วยความที่ไป 16 วันได้ สปอนเซอร์ที่โน่นเป็นร้านอาหารไทยหมดเลย ไปถ่ายรูป ทานข้าว ซึ่งตัวชาเองเขาอยากทานอะไรที่ไม่ใช่อาหารไทยบ้าง (หัวเราะ)

ชาล็อต : หนูบอกโอเคไปกินของสปอนเซอร์ก่อน แล้วใครก็ได้ไปซื้อเบอร์เกอร์มาให้หน่อยได้มั้ย หรือซื้ออาหารทางบ้านเขา โลคอลฟู้ดส์ อะไรแบบนี้ 

พ่อแม่ชาล็อตแยกทางกัน เราขาดความอบอุ่นมั้ย?

ชาล็อต : หนูโตมากับพ่อที่เป็นทหาร และคุณตาที่เป็นนักมวย จะไม่ได้ถูกทรีตเป็นเจ้าหญิงสักเท่าไหร่ จะมีความห้าวๆ ถึงไหนถึงกัน มีความแข็งกระด้างนิดนึง แต่ในใจลึกๆ ก็มีโหยหาเรื่องความอ่อนโยน ความรักนิดนึง ดังนั้นเวลาเห็นหนูอยู่กับแฟนคลับ หนูจะทำตัวเป็นเด็กๆ เวลาเราเห็นคนรักเรามากๆ เราก็รู้สึกว่าแค่นี้ที่เราต้องการจริงๆ โหยหาเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่ไม่ให้นะ เขาก็ให้ เพียงแต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราใกล้ชิดกับพ่อแม่มากกว่าเดิม เวลาเราอยู่ห่างกับพ่อแม่ เราต้องการอยู่ด้วยตลอดเวลา ตอนนี้แม่อยู่ต่างประเทศ พ่ออยู่ภูเก็ต ที่นี่หนูอยู่คนเดียว ล่าสุดกลับจากอเมริกา ซื้อบ้านด้วยตนเอง บ้านก็ปิดไฟมืด รู้สึกกลับมาบ้านแล้วเหงาจังเลย ไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือไม่ได้มีพี่น้องอยู่ด้วย มีแค่ตัวเรา รู้สึกว่าไม่มีใครรอที่บ้านเลย มันก็ไม่ได้แย่นะ แค่มีความแว๊บๆ เข้ามา 

เหมือนเหงาๆ เคว้งๆ ถ้ามีสถานะหัวใจที่ดีก็อาจตอบโจทย์ตรงนี้?

ชาล็อต : ตอนนี้หัวใจหนูก็เต้นปกติดีค่ะ (หัวเราะ)

โดนห้ามเหมือนพี่อิงฟ้าหรือเปล่า?

ชาล็อต : ไม่ได้ห้าม แต่ให้ดูว่าช่วงไหนเหมาะสมที่จะมีหรือไม่มี ตอนนี้เราก็อายุ 25 ก็โฟกัสงานไปก่อน 

กี่ปีที่ในสัญญาว่าอย่าเพิ่งมีคนดูแลหัวใจ?

อิงฟ้า : ของหนูไม่ได้มีในสัญญา แต่จะเป็นการพูดบอกกันเฉยๆ เขาไม่เคยบอกกับหนูโดยตรง นอกจากเขาไปออกรายการ สัญญาหนู 7 ปี ก็เหลืออีก 5 ปี 

หวนคืนสังเวียนประกวดจริงหรือเปล่า?

ชาล็อต : ถ้าหนูบอกไปคนละมาประกวดมั้ยล่ะ

ประกวดมิสแกรนด์อีกครั้ง?

ชาล็อต : มีสิทธิ์ค่ะ แต่รอบนี้เราต้องมั่นใจว่าเราจะไม่ได้แค่มงฯ ประเทศไทย เราอยากได้มงฯ อินเตอร์ เพื่อต่อยอดเราไปในเส้นทางที่มากขึ้นและกว้างขึ้นค่ะ

กลับมาประกวดอีก จะโดนครหาว่าเป็นเด็กบอสณวัฒน์?

ชาล็อต : จริงๆ หนูมีความพยายามนะ มีประสบการณ์ ได้อยู่ในวงการ ได้ทำงานมากมาย ก็รู้สึกว่าไม่แปลกถ้าเราพยายามเต็มที่แล้วไม่ค้านสายตาคนที่เราจะได้มงฯ ก็ถือว่าเป็นการกลับมาทำให้ตัวเองไปในเส้นทางที่อยากไปจริงๆ 

 รุ่นพี่แนะนำหน่อย?

อิงฟ้า : คงแนะนำเหมือนน้องๆ ทั่วไป ให้เขาทำให้เต็มที่ สุดท้ายคนดูจะตัดสินเองว่าเราจะไปต่อได้ตรงไหน เป็นกำลังใจให้เสมอ เป็นกำลังใจให้เต็มที่ 

 อยากบอกอะไรแฟนคลับ?

ชาล็อต : ก็ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่คอยติดตาม คอยซัปพอร์ตเราสองคน อยากให้อยู่แบบมีความสุขแบบนี้  

อิงฟ้า : น่าจะรู้อยู่แล้วว่าอยู่ความสัมพันธ์แบบไหนคิดถึงมากๆ ค่ะ เพราะเพิ่งกลับมาจากอเมริกา หลังจากนี้มีงานอะไรถ้าเป็นไปได้อยากให้มาเจอกัน คิดถึงก็มาเจอกันนะคะ  

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปาสัมภาษณ์ https://youtu.be/6BhSi8YLIZ0